Thaiandroidphone

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ค้นหา
ดู: 2763|ตอบ: 2

รีวิว Finggo S1000 สมาร์ทโฟนที่มาพร้อมกับวัสดุ Metal และมีทัชเซ็นเซอร์สุดเจ๋งกับการถ่าย Selfie [คัดลอกลิงก์]

Rank: 7Rank: 7Rank: 7

Money
93
โพสต์
46
บล็อก
0
ทักทาย
0
UID
65662
โพสต์เมื่อ 2015-3-19 13:39:06 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
หลังจากที่เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาเราได้รู้จักกับแบรนด์น้องใหม่ในชื่อว่า Finggo ที่เปิดและวางจำหน่าย แทปเลตไปแล้ว วันนี้ทางแบรนด์ ฟิงโก้ ก็ได้จัดส่ง สมาร์ทโฟนตัวแรกของค่ายมาให้เราได้รู้จักกันมากยิ่งขึ้น ในนามว่า Finggo S1000 ซึ่งจุดเด่นของรุ่นนี้ก็คือ การดีไซน์ที่ใช้วัสดุโลหะด้านขอบเฟรมและเคลือบด้วยสีทองเข้ามาใช้ให้ดูหรูมากยิ่งขึ้น โดยมาพร้อมกับหน้าจอขนาด 5” และรองรับการใช้งานแบบสองซิมการ์ด ตอนนี้ได้วางจำหน่ายแล้ว ในราคาเพียง 6,990บาทเท่านั้น

IMG_4073.JPG


คุณสมบัติเด่น ของ Finggo S1000 มีดังนี้
•        ขนาดเครื่อง 144.5×71.9×7.8mm
•        น้ำหนักเครื่อง  กรัม
•        รองรับการเชื่อมต่อ 3G (850/900/2100MHz)
•        หน้าจอขนาด 5 นิ้ว IPS
•        ความละเอียดจอ HD 720×1280 พิกเซล
•        ชิปประมวลผล Mediatex MTK6582X Quad-core ความเร็ว 1.3 GHz
•        แรมขนาด 1GB
•        หน่วยความจำภายใน 8GB เพิ่ม microSD ได้อีก 64GB
•        กล้องหลัง 8 ล้านพิกเซล
•        กล้องหน้า 2 ล้านพิกเซล
•        ถ่ายวิดีโอ FHD พิกเซล
•        รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด (SIM, microSIM)
•        แบตเตอรี่ความจุ 1,800 มิลลิแอมป์
•        Android 4.4.2 Kitkat
•        มีวางจำหน่ายในประเทศไทย ในราคาเพียง 6,990บาท
  
s 14.jpg


และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เรามาทำความรู้จักกับ Finggo S1000 กันเลยดีกว่า

IMG_4075.JPG


อุปกรณ์ภายในกล่อง จะมีดังนี้
1.        เต้าเสียบ USB
2.        สายชาร์ต USB
3.        หูฟัง 3.5 ม.ม. แบบ inear

IMG_4081.JPG


และนี้ก็คือ Finggo S1000 โดยรุ่นนี้จะมีหน้าจอขนาด 5 นิ้ว โดยใช้เทคโนโลยี IPS เพื่อให้ภาพดูสวยสดมากยิ่งขึ้น

IMG_4083.JPG


ด้านบน จะมีแผงเซ็นเซอร์, ช่องลำโพงสนทนา, และกล้องหน้าความละเอียด 2 ล้านพิกเซล

IMG_4085.JPG


ด้านล่าง มีปุ่มทัส 3ปุ่ม คือปุ่มตั้งค่า ปุ่มโฮม และปุ่มย้อนกลับ ไม่มีไฟส่องใช้งานเวลากลางคืน

IMG_4097.JPG


ด้านขวาของตัวเครื่องจะมีปุ่มเพาเวอร์ ตัวขอบเฟรมนั้นทำจากวัสดุ โลหะ

IMG_4096.JPG


ด้านซ้ายของตัวเครื่อง มีปุ่มเพิ่มเสียงและลดเสียง

IMG_4099.JPG


ด้านบนตัวเครื่อง มี ช่องเสียบ microUSB และ ช่องเสียบหูฟัง 3.5มม.

IMG_4098.JPG


ด้านล่างตัวเครื่อง มีเพียง รูไมโครโฟนตัวที่หนึ่ง ไว้สนทนา

IMG_4090.JPG


ด้านหลังตัวเครื่องนั้น ก็จะมีโลโก้ Finggo ตัวใหญ่อยู่ตรงกลาง พร้อมกับฝาหลังที่มีลวดลายสวยงามเมื่อมีแสงมาตกกระทบ

IMG_4093.JPG


ด้านบน จะมีกล้องความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ไฟแฟลช LED และช่องไมโครโฟนตัวที่ 2 ไว้สนทนา

IMG_4094.JPG


ด้านล่าง มีเพียง ช่องลำโพง

IMG_4104.JPG


ส่วนช่องใส่ซิมการ์ด และ เมมนั้น จะอยู่ใต้ของตำแหน่งของกล้อง โดยซิม1 จะเป็นแบบ SIM ใหญ่ ซิม2 จะเป็นแบบ microSIM

IMG_4100.JPG


ด้านล่างของกล้องก็จะมีทัชเซ็นเซอร์เข้ามาให้เราใช้งาน ถ่ายภาพ ดูรูปภาพ และควบคุมเพลงได้ด้วย

IMG_4107.JPG


หลังจากที่ได้ชมภาพ Finggo S1000 กันไปแล้ว คราวนี้เรามาพูดถึงต่อในเรื่องของ Software กันบ้างดีกว่าว่า Finggo S1000 จะมีฟีเจอร์เด็ดๆอะไรบ้าง

s 1.jpg


เริ่มต้นด้วย Software กันก่อนเลย Finggo S1000 จะมาพร้อมกับ android v 4.4.2 (KitKat) พร้อมหน่วยความจำภายในเครื่อง 8GB หากไม่พอก็สามารถเพิ่ม เมม microSD จากภายนอกได้ถึง 32GB แรมให้มาถึง 1GB

s 2.jpg


Finggo S1000 มาพร้อมกับ UI แบบ KitKat ไม่มีการปรับแต่งใดๆ

s 3.jpg


เมื่อเราทำการย่อหน้าโฮมหน้าจอหลักของเรา ก็จะเปลี่ยนภาพพื้นหลังได้ และเมื่อเข้าเมนูแล้วเลื่อนไปขวาสุด เราก็จะพบกับวิดเจ็ด ต่างๆมากมาย หากต้องการนำมาใช้งานก็กดค้างไว้แล้วลากมาไว้ที่หน้าจอได้เลย และ recent app การ Multitasking หรือการเปลี่ยนโปรแกรม หรือปิดโปรแกรมโดยการกดปุ่ม Recent App ปุ่มขวาในจอ ก็เรียกใช้งานได้แล้ว

s 4.jpg


แถบสถานการณ์แจ้งเตือนเมื่อเลื่อนลงมาก็จะพบกับ การตั้งค่ามากมาย ทำให้สะดวกต่อการใช้งานมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีให้เลือกปรับโหมดการรันแบบ ART แบบใหม่ด้วย

s 5.jpg


โดยตัว Fingo S1000  นั้นจะรองรับการเชื่อมต่อความเร็วสูง 3G (850,900,2100) ด้วย สามารถจัดการระบบการใช้งานโดยเลือกให้ใช้เน็ตจากซิมไหนก้ได้เช่นกัน นอกจากนี้ ยังสามารถแชร์เน็ตจากมือถือของเราได้ด้วย

s 6.jpg


Finggo S1000 โปรไฟล์เสียงนั้นมีให้เลือกใช้งานมากมายรวมถึง การปรับปรุงเสียงในหูฟังโดยเฉพาะให้ฟังได้ชัดเจนขึ้นอีกด้วย อีกทั้งยังสามารถปรับขนาดตัวอักษรให้ใหญ่ขึ้นได้อีกด้วย รวมถึงการเลือกรูปแบบการปลดล็อคหน้าจอที่มีให้ใช้งานหลากหลาย

s 7.jpg


ฟังชั่น Gesture หรือการสั่งงานต่างๆโดยที่เราไม่ต้องเอานิ้วไปแตะที่หน้าจอ มีให้เลือกใช้งานหลายอย่างด้วยกัน ต่อที่ฟีเจอร์ Blacktouch ที่เลือกได้ว่าจะให้ใช้งานอะไรบ้าง โดยการสั่งงานนั้นเพียงแค่เรานำนิ้วไปวางไว้ที่ตำแหน่ง ทัชเซ็นเซอร์ด้านหลังเครื่องตรง ด้านล่างของกล้องก็ใช้งานได้แล้ว นอกจากนี้เรายังตั้งเวลาเปิดปิดเครื่องได้อีกด้วย

s 8.jpg


ส่วนเมนูการสั่งพิมพ์ การบันทึกเสียง และไฟล์ส่วนตัวก็มีมาให้เราได้เช่นงานเช่นเคย

s 9.jpg


ในส่วนของเครื่องเล่นเพลงนั้น มีหน้าตาแบบธรรมดาของ Kitkat โดยสามารถเลือกปรับเสียงเพิ่มเติมได้อีก นอกจากนี้ยังมีวิทยุมาให้ฟังกันด้วยครับแต่ต้องเสียบหูฟังก่อนทุกครั้งไม่งั้นจะใช้งานไม่ได้ครับ

Screenshot_2015-03-19-13-19-04.png


เล่นไฟล์ 1080p ได้อย่างลื่นไหลครับ

s 10.jpg


เรามาดูข้อมูลภายในของ Fingo S1000 กันบ้างว่ามีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปบ้าง ด้วยโปรแกรม CPU-Z ในการตรวจสอบ พร้อมกับรายละเอียดอื่นๆตามภาพเลยครับ

s 11.jpg


ไปวัดความแรงกับโปรแกรมทดสอบ CPU เริ่มด้วย โปรแกรม AnTuTu Benchmark ด้วยคะแนน 17,846 คะแนน โปรแกรม Quadrant Standard 7,319 คะแนน ปิดท้ายด้วยโปรแกรม Geekbench3 352 (single-core)คะแนน

Screenshot_2015-03-19-13-11-52.png

Screenshot_2015-03-19-13-01-49.png

  
ส่วนของการเล่นเกมนั้นมีบางจังหวะที่มีกระตุกบ้าง และเปิดเกมเข้าใช้งานค่อนข้างช้า

s 12.jpg


มาถึงการใช้งานกล้องกันบ้างนะครับ กล้อง Finggo S1000 มาพร้อมกับกล้องหลัง 8 ล้านพิกเซลพร้อมระบบ ออโต้โฟกัส และกล้องหน้า 2 ล้านพิกเซล หน้าตาของเมนูกล้องก็จะมีหน้าตาแบบเรียบง่าย

s 13.jpg


ส่วนโหมดกล้องหลังนั้น Finggo S1000 ก็จะมีโหมด โดยมีโหมด HDR, หน้าสวย มาให้เลือกใช้งานอีกด้วย และสามารถปรับแต่ง EV,  WhiteBalane, เอฟเฟคสี, และโหมดกล้องแบบสำเร็จรูป นอกจากนี้การบันทึกกล้องวิดีโอสามารถบันทึกได้ความละเอียด FHD 1080pกันบ้าง

เรามาชมตัวอย่างภาพถ่าย 8 ล้านพิกเซล ของ Finggo S1000 กันสักนิด
           
IMG_20150310_163309.jpg

IMG_20150310_163317.jpg

IMG_20150310_163335.jpg

IMG_20150310_163955.jpg

IMG_20150310_164015.jpg

IMG_20150310_185424.jpg

IMG_20150310_185655.jpg


ภาพจากกล้องหน้า ที่ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล

IMG_20150310_163415.jpg


ข้อดี
1.        มีเซ็นเซอร์ Touch ด้านหลังไว้ใช้งานถ่ายภาพ Selfie
2.        รองรับการเชื่อมต่อความเร็วสูง 3G
3.        รองรับการใช้งาน 2ซิม
4.        CPU Quad-core 1.3GHz
5.        ใช้วัสดุ จากโลหะทำเป็นเฟรมขอบข้างทำให้แข็งแรงและดูสวยงาม
ข้อเสีย
1.        กล้องทั้งหน้าและหลัง คุณภาพที่ได้ยังไม่ค่อยเท่าที่ควร
2.        หน้าจอดูไม่สวยเลย ทัสกรีนกดยากด้วย
3.        แบตเตอรี่ให้มาเพียง 1,800mAh
4.        ราคาค่อนข้างแพง เมื่อเทียบกับคู่แข็งที่มีสเปคสูงกว่า

IMG_4115.JPG


สุดท้ายนี้ ต้องบอกเลยว่า Finggo S1000 นั้นทำโดดเด่นด้วยดีไซน์และสีที่นำมาใช้จริงๆ เพราะถือไปไหนมีแต่คนมองคมถามตลอดว่าเป็นรุ่นอะไร นอกจากนี้การใช้งานด้านสองซิมนั้นก็ยังทำงานได้ดีเช่นเคย สามารถฟังวิทยุ MP3 หรือดูหนัง ในยามแก้เหงาได้ด้วย แต่ในเรื่องของ Software นั้นยังไม่โดดเด่นเท่าควร ส่วนการใช้งานแบตเตอรี่นั้นถือว่า แบตไม่อึดเท่าที่ควร ส่วนการใช้งานด้านด้านซอร์ฟแวนั้น ไม่ได้ไวหรือลื่นมาก เมื่อเปิดหลายๆแอพเยอะๆก็เอ๋อบ้างเป็นบางครั้ง ตอนนี้ Finggo S1000 วางขายแล้วในราคา 6,990บาท สามารถสั่งซื้อได้ที่หน้าเวป finggo.net เท่านั้น

Rank: 6Rank: 6

Money
4048
โพสต์
3817
บล็อก
5
ทักทาย
19
UID
29064
โพสต์เมื่อ 2015-3-20 07:31:53 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
#สดชื่นหนักมาก ฟรุตทาเร่ ซื้อ 1 แถม 1 วันนี้เท่านั้น รีบเลยคร้าบบ ขายหน้าเว๊บแล้วบ้านเรามันขายตรงใหนมีตัวให้ทดลองใหมไม่ใช่เดโม่น่ะ
สวัสดีปีใหม่2558เป็นปีแห่งความเปลี่ยนแปลงไปทั่วโลกเราจะได้เห็นความสดใส ความร่าเริง ความจริง ความเศร้า

Rank: 6Rank: 6

Money
6261
โพสต์
6398
บล็อก
0
ทักทาย
9
UID
8196
โพสต์เมื่อ 2015-3-20 22:09:48 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
ดูจากรูปที่ถ่ายออกมาจากกล้องผมว่ามันก็ไม่ขี้เหร่นะ
http://i1050.photobucket.com/albums/s416/Sakon_Yumak/Picture4.jpg
คุณต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถตอบกลับ เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก

สำหรับมือถือ|ThaiAndroidPhone.com

GMT+7, 2017-10-20 17:11 , Processed in 0.054269 second(s), 30 queries .

Powered by Discuz! X2

© 2001-2011 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน