- สมัครสมาชิกเมื่อ
- 2010-6-6
- เข้าสู่ระบบล่าสุด
- 2011-8-21
- สิทธิ์ในการอ่าน
- 70
- เครดิต
- 514
- โพสต์
- 514
- สำคัญ
- 0
- UID
- 2762
 
- 0
- Money
- 31
- โพสต์
- 514
- บล็อก
- 0
- ทักทาย
- 0
- UID
- 2762
|
Android task killers
เขาอธิบายการทำงานของ Task Killers อะครับ (จริงๆมีอธิบายอยู่ใน เว็บของ Google ด้วยแต่ว่ามันเขียนยาวมาก ขี้เกียดอ่านอย่างแรง)
โปรแกรม Task killer เป็น app ที่ใช้ บังคับให้ app ตัวอื่นๆปิดการทำงานลง (บางครังมันทำโดยอัตโนมัติ)
เรามักใช้ Task killer เพราะคิดว่า มันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กะเครื่อง และทำให้แบตเตอรี่หมดช้าลง
แต่ไม่ใช้ทุกคนที่เห็นด้วยกับ เรื่องนี้ ถ้าเราได้ไปลองๆ อ่านดูตามเน็ตจะเห็นว่า มีคนเถียงเรื่องการใช้ Task killer
อยู่เยอะแยะว่ามันเป็นเรื่องที่ดีรึเปล่า ยิ่งเห็นว่ามีคนถียงเรื่อง task killer เยอะๆแบบนี้ ยิ่งทำให้ผู้ใช้อย่าง เราๆงงเข้าไปใหญ่
จริงๆแล้ว Android มันมีความสามารถให้การ บริหาร จัดการ application ของมันเองอยู่แล้ว
แต่ก่อนอื่น เรามาทำความเข้าใจก่อนดีกว่า ว่า Android บริหารจัดการ Process ของมันยังไง
Process กับ Application นั้นแตกต่างกัน
App สามารถทำงาน อยู่เบื่องหลัง โดยที่ไม่มี process ที่กินทรัพยากรเครื่องได้
Android จะเก็บ App ไว้ใน หน่วยความจำ เพื่อให้ App สามารถถูกเรียกขึ้นมาใช้งาน และกลับไปสู่สถานะเดิม ก่อนหน้านี้ได้อย่างรวดเร็ว
เวลาที่ หน่วยความจะของเครื่องเราเต็ม Android จะ เริ่มทำการ kill tasks (หมายถึง app ที่อยู่ใน หน่วยความจำ)
โดยอัตโนมัติ โดยมันจะเริ่ม kill ตัวที่เราไม่ได้ใช้มานานก่อน
ปัญหาก็คือการใช้ Ram ของ Android นั้นแตกต่างจาก Windows สำหรับ Android นั้นการมี Ram เกือบเต็มเป็นเรื่องที่ดี
เพราะเวลาเรา จะเปิด app ที่เปิดไปแล้วก่อหน้านี้ ขึ้นมา app มันจะได้ถูกเรียกขึ้นมาและ กลับไปสู่สถานะ ก่อนหน้านี่ที่เราใช้ไว้ ได้อย่างรวดเร็ว
***ดังนั้น ในขณะที่ Android ใช้ RAM อยู่อย่างเหมาะสม ผู้ใช้ส่วนมาก ก็จะเห็นว่า RAM ของเครื่องมันเต็ม ก็เลยคิดไปเองว่า มันจะทำให้เครื่องช้าลง
แต่จริงๆ แล้วปัญหาคอขวด มันเกิดขึ้นอยู่ที่ CPU ที่กำลังถูกใช้โดย App ที่ Active อยู่
นี้หมายความว่า App ประเภท Advance Task Killer กำลังทำงานอยู่บนหลักการว่า การเคลีย หน่วยความจำบน Android เป็นเรื่องดี
ซึ่งจริงๆแล้วเป็นเรื่องผิด เพราะปัญหามันอยู่ที่ Active App ที่กำลังทำให้ CPU เรามึนส์
พวก Task killer มักจะโชว์ว่า App ตัวไหนกิน memory อยู่ขนาดไหน เหมือนกับจะบอกเราว่า kill มันซะ เพราะว่ามันกินที่มากนัก
เราก็เลยมักจะเลือก kill app ให้มากที่สุดเท่าทีจะทำได้
แต่ List ใน Task killer มันไม่ได้โชว์เลยว่า CPU ของเราโดน App กินที่ไปขนาดไหน
เราจึงได้แต่ clear memory ทั้งๆที่ การมี Ram เต็มเป็นเรื่องที่ดีสำหรับ Android
จริงๆแล้วสิ่งที่เราต้องดูคือ CPU กินทรัพยากรเครื่อง ทำให้เครื่องเราช้าลง และดูดแบตเตอรี้อีกด้วย
ดังนั้นการ สั่งให้ Task killer kill App ทั้งหมด ยกเว้น App สำคัญๆ เป็นเรื่องที่ไม่จำเป็น
ยิ่งไปกว่านั้น มันยังอาจจะทำให้ ประสิทธิภาพการทำงานจองเครื่องและ แบตเตอรี่ของเรา เห่ยลงอีกซะด้วย
ทั้งการจิ่มปุ่ม kill app และการ สั่งให้ task มัน auto kill อย่างโหดเหี่ยม (aggressive kill อะครับ)
เป็นการทำให้ CPU มีงานทำมากขึ้น เพราะว่า เรากำลัง kill app ที่ไม่ได้ทำอะไรตั้งแต่แรกแล้ว
พอเรา kill ไปเดี๋ยวมันก็ rerun ใหม่ หรือไม่เวลาเรา run app ขึ้นมา
มันก็ต้องโหลดมาใส่ไว้ใน หน่วยความจำใหม่อีก แล้วเราก็ kill ต่อไปอีก วนไปเรื่อยๆ ยิ่ง ดูดแรง cpu เราเข้าไปอีก
แล้วยังอยากทำให้เกิดปัญหาอื่นๆอีก เช่น นาฬิกาปลุก โดน kill มันก็ไม่ปลุก sms โดน kill เราก็รับ sms ไม่ได้
app บางตัวก็โดนบังคับปิดไป โดยไม่รู้ตัว
สรุปแล้วก็คือ เราควรปล่อยให้ มือถือเราได้ทำงานอย่างที่มันสูกสร้างมาดีกว่า
ยิ่งถ้าเราเป็น ผู้ใช้ที่ชิว ไม่ได้จริงจังอะไรมากกับการใช้เครื่องมากนัก task killer ยิ่งจะสร้างปัญหาให้เรามากขึ้นด้วยซ้ำ
สิ่งที่เราควรทำคืออะไร???
หลายๆคนที่ ใช้ task killer มักจะรู้สึกว่า หลังจากที่เรา kill เพื่อ clear memory แล้วเครื่องเราจะทำงานได้ดีขึ้น
จริงๆแล้ว นี้เป็นเพราะว่า เราได้ kill app ไม่ไม่ดีไปด้วย app ที่ไม่ดีในที่นี้ เข้าหมายถึง app ที่ถูกเขียน code มาอย่างเห่ยๆ
เช่น app ที่ถูกเขียนให้ ติดต่อกับเน็ตไปเรื่อยๆ ทั้งที่ที่เรายังไม่ได้ต่อเน็ต
ที่เรารู้สึกว่า เครื่องเร็วขึ้นหลังจาก kill มันเป็นเพราะว่า เรา kill app ที่มีปัญหาไป ไม่ได้เป็นเพราะเรา clear หน่วยความจำ ให้มันมันว่าง
จะได้เร็วขึ้น
ดังนั้น สิ่งที่จะแนะนำคือ แทนที่จะ kill มันทุก app ลองหา app ที่มันเป็นต้นเหตุของปัญหา
การใช้ task killer เพื่อ kill app ที่มีปัญหาถึงจะเป็นเรื่องที่ถูกต้อง
(ถ้ารู้ว่า app ตัวไหน ปัญหาเยอะ ผมแนะนำว่าอย่าเก็บไว้นะครับ ทิ้งไปเหอะ ยกเว้นว่ามันเป็น app สุด love = =")
Developer หลายคน รวมถึง ROM builder extraordinaire, Cyanogen คนดัง เขา จะไม่สนใจ Bug report
ของคนที่ใช้ Task killer ด้วยซ้ำ
คนเขียนเขา จึงแนะนำว่า ให้อยู๋ห่างๆ การใช้ task killer เป็นประจำซะ เพราะว่ามันเป็นเหมือนกับ app ที่เอาไว้ดูด แบต และอาจสร้างปัญหา
ทำยังไงดีหละ
1. เขาก็ แนะนำ App "Watchdog": ซึ่งเป็น task killer ประเภทที่แตกต่างจาก พวก Advance task killer
Watchdog มันมีหน้าที่ มองหาแล้วก็บอก เราว่า app จอมปัญหาของเรากำลัง รับประทาน CPU ของเราอย่างไร้เหตุผลอยู่ เราก็ใช้ watchdog kill
app ตัวนั้นซะ บางทีถ้า app เห่ยๆตัวนั้น มันทำให้เครื่องเรา ค้างอย่างหนัก เราก็คงต้อง reboot เครื่องเอา
2. Uninstall App เห่ย ครับ: ถ้าเรา พบว่า app ตัวไหนมันกิน cpu กินแบตเรา อยู่เรื่อย ทุกๆครังที่ มัน run อยู่
เราก็ลองลบมันทิ้งก่อน แล้วดูว่าเกิดอะไรขึ้น ปัญหาจบไหม ถ้ามันเป็นปัญหาจริง ก็อย่าเก็บไว้เลยครับ ทิ้งไปเถอะ
3. Root เครื่องคุณซะ: (เขาเขียนอย่างนี้จริงๆน่ะ = =") มาเป็นสาวก ของ lifehacker ประมาณนั้น
เขาให้ root เพราะว่า มันมีประโยชน์จริงๆ root ทำใหเรเราสามารถ over หรือ underclock เครื่องเราได้ด้วย App SetCPU
แถมยังทำให้เราสามารถลง Custom ROMs ที่ เพิ่มประสิทธิภาพให้กับเครื่องของเรา และ ทำให้แบตอึดขึ้น อย่างเห็นได้ชัดได้อีกด้วย
แล้วเขาก็บอกให้ใช้ Autostarts เพื่อหยุด start up app ของเราด้วย
เขาเน้นว่า one-click rooting apps ใช้เวลาแค่ไม่กีดนาทีเอง หลังจากทำ แล้วเราก็จะพอใจกับมันชัวร์
4. ใช้ Power Control Widget: (เหมือน SwitchProอะครับ) เพราะว่า พวก wifi bluetooth gps แล้วก็จอเรา
มันกินไฟ เขาจึงบอกให้ใช้ widget พวกนี้ จะได้กดปิดได้ ง่ายๆ เวลาที่เรไม่ใช้
5. ชาร์ต แบต: เขาก็บอกว่าชาตแบตบ่อย มันไม่ใช้เรื่องยาก มีที่ชาตเยอะๆ ไว้หลายๆที่ จะได้สะดวก |
|