Thaiandroidphone

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ค้นหา
ดู: 8125|ตอบ: 16

(Scoop)มาทำบรรยากาศให้ร้อนระบุไปกับการท้าชน Android VS iOS ฉบับ 2013 ครับ [คัดลอกลิงก์]

ผู้ดูแลกระดาน

A Popular Topic OS Phone

Rank: 7Rank: 7Rank: 7

Money
1013
โพสต์
697
บล็อก
13
ทักทาย
4
UID
13903
โพสต์เมื่อ 2013-3-5 16:26:26 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
     งานดราม่าคืองานของเรา(555) สวัสดีครับ วันนี้จะพาไปเปิดประเด็นที่ไม่แน่ใจว่ายังคงฮ็อตฮิตอยู่รึป่าว รึว่าจะกลางเป็นประเด็นจืดชืดไร้รสชาติไปซะแล้ว แต่ถึงยังไงซะ ตราบใดที่ OS ใด OS นึงไม่ถูกบี้จนต้องปิดตัวลงการแข่งขันด้านการตลาดก็คงจะไม่จบลงง่ายๆหรอกครับ ซึ่งแน่นอนว่าคำถามสุดฮิตตั้งแต่มี Android มาจนถึงปัจจุบันว่าสุดท้ายแล้ว iOS กับ Android อันไหนดีกว่ากัน หรือไม่ก็พูดไปในเชิง Device ว่า iPhone กับ Samsung อันไหนดีกว่ากัน(Android มันมี Samsung อย่างเดียวรึไงคราฟฟฟ) วันนี้ผมจะพาเพื่อนๆไปหาคำตอบกันว่า ณ วันนี้ ตอนนี้ ใครยังคงถือไพ่เหนือกว่า เทพกว่า เด็ดกว่า มาติดตามกันครับ

pXUsV.jpg



     ก่อนอื่นต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนนะครับว่าบทความนี้ไม่ได้ให้คำตอบอย่างชัดเจนหรือฟันธงเลยว่า OS ไหนดีกว่ากัน เพียงแต่จะเป็นแนวทางให้ท่านผู้อ่านเข้าใจหรือรับรู้ข้อมูลของ Android และ iOS และนำมาเปรียบเทียบ รวมถึงตัดสินใจด้วยตนเองนะครับ และที่สำคัญคือผมขอไม่รวมฟังชันที่จะเพิ่มเข้ามาหลัง Jailbreak หรือ Root นะครับ จะได้แลดูยุติธรรม ส่วนในส่วนของ Android นั้น ด้วยความที่แต่ละรุ่นนั้นมีฟังชันและการใช้งานไม่เหมือนกัน ผมก็จะดึงเอาลูกเล่นที่สูงที่สุดของรุ่นที่ดีที่สุดใน Android มานะครับ ^^

s3-iphone-notification-centers.jpg



     

1.Notification Bar/Notification Center


     ต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนครับว่า Notification Bar นั้น Android เป็นคนทำขึ้นมาก่อน ซึ่งแต่ก่อนอาจจะไม่มีลูกเล่นหรือความสวยงามเท่าปัจจุบัน ซึ่งในปัจจุบันนี้ใน Notification Bar ของ Android นั้นสามารถที่จะปรับเปลี่ยน Toggle หรือเครื่องมือการใช้งานแบบเรียลไทม์ได้ อีกทั้งการแสดงเตือนต่างก็สามารถที่จะซูมเพื่อดูรายละเอียดให้มากขึ้นได้โดยที่ไม่ต้องเข้าแอปนั้นๆโดยตรง เวลาที่เราโหลดแอปหรือโหลดข้อมูล ไฟล์เพลง วิดิโอ ใน Notification Bar ของ Android ก็จะแสดงผลให้เราทราบเลยว่าดาวโหลดได้เท่าไรแล้ว ส่วนการปิดการแจ้งเตือนต้องเข้าไปปิดที่ตัวแอปนั้นๆครับ อีกทั้งตอนที่เราไม่ดึงมันลงมามันก็ยังแสดงเป็นไอคอนเล็กๆให้ทราบว่าตอนนี้แอปนี้มีการเคลื่อนไหวนะ ถือว่าสะดวกต่อการใช้งานมากครับ ทีนี้มาดูในส่วนของ iOS กันบ้างครับ Notification Bar ของ iOS นั้นมีข้อจำกัดในส่วนของการแสดงผลค่อนข้างมากครับ เพราะเวลาที่มีอะไรเข้ามาจะไม่มีไอคอนแสดงให้เห็น จะมีแค่การแจ้งเตือนเพียงชั่วครู่เท่านั้น ต้องดึงลงมาเพื่อดูว่ามีอะไรมาบ้าง แต่สิ่งที่ได้เปรียบ Android ก็คงจะเป็นในส่วนของมีการแสดงข้อมูล หุ้น สภาพอากาศ และการแจ้งเตือนของแอปต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Facebook Twitter Line Whatsapp และอื่นๆซึ่งสามารถปิดได้ผ่านทาง Notification Center ได้เลยอีกทั้งปัจจุบันยังสามารถตอบหรือโพส Facebook และ Twitter ผ่าน Notification Bar ได้เลยครับ

307534.jpg



     

2.Menu และ Icon


     มาเริ่มกันที่ Android กันก่อนครับ ในส่วนของ Menu นั้น Android มีรูปแบบการปรับแต่งที่หลากหลายครับ ไม่ว่าจะเลื่อนซ้าย เลื่อนขวา เลื่อนขึ้น เลื่อนลง หรืออาจจะมีอะไรที่หวือหวากว่านี้ อีกทั้งยังสามารถดาวโหลด launcher เพื่อทำการเปลี่ยนรูปแบบเมนูไม่ให้จำเจอีกด้วย แต่ถึงจะไม่ดาวโหลด ปัจจุบันตัวสมาร์ทโฟนแอนดรอยของแต่ละค่ายก็มี UI ที่สวยๆของตนอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น Feel UX ของ Sharp Sense UI ของ HTC Xperia UI(Sony เลิกใช้ Time Scape ไปแล้ว) ของ Sony หรือแม้กระทั้ง Nature Ui ของ Samsung แต่สิ่งที่หลายๆท่าน(รวมถึงผม) จะไม่ค่อยชื่นชอบ นั่นก็คือรูปแบบ Icon ของ Android นั้น มีทั้งแบบ 4 เหลี่ยม วงกลม หรืออาจจะรูปแบบอื่นๆ เรียกได้ว่ามีเยอะครับ ถึงเป็นแบบ 4 เหลี่ยม ก็เป็น 4 เหลี่ยมที่ไม่เท่ากัน Facebook เป็น 4 เหลี่ยมเล็ก Line เป็น 4 เหลี่ยมใหญ่ บางที เวลาเราเข้าเมนูมาดูมันไม่สวยหรือไม่ถูกใจเท่าที่ควรครับ ต่างจาก iOS ที่มีรูปแบบไอคอนไปในทิศทางเดียวกันหมด ขนาดเดียวกันหมด ดูรูปแบบเมนูแล้วสัมผัสได้ถึงความเรียบร้อยและเป็นระเบียบ น่าใช้ครับ Icon ก็ดูมีมิติ มีการโค้งมนที่มุมเหลี่ยม แต่ปัญหาที่แสนจะหนักหนาสาหัสเลยก็คือไม่สามารถเปลี่ยนรูปแบบเมนูได้เลย ไม่สามารถเปลี่ยนธีมและรูปแบบการเลื่อนได้ iOS สมัยก่อนเป็นยังไง สมัยนี้ก็เป็นอย่างงั้นครับ หน้า Home ก็ไม่มี ไม่สามารถเพิ่ม หรือตกแต่งหน้าจอด้วย Widget ได้เหมือน Android อยากตั้งรูปภาพก็ได้แต่หน้า Lock Screen และพื้นหลังเมนูครับ

ios5-photos.jpeg



     

3.1 Gallery ของ iOS


    ต้องบอกเลยว่าในส่วนนี้ของ iOS นั้นเน้นการใช้งานที่ง่าย เวลาเข้าดูภาพ มีการดึงข้อมูลที่รวดเร็ว แต่ก็ไม่ได้มีลุกเล่นอะไรมากครับ การแชร์ก็ทำได้ไม่มาก มีเพียงแค่ส่ง MMS แนบ EMAIL หรือการอัพขึ้น Social Network 2-3 ตัวเท่านั้นอย่าง Facebook และ Twitter แต่จุดเด่นก็คงจะเป็นเรื่องของการส่งภาพขึ้น iCloud ทันทีที่ถ่ายรูปเสร็จ อีกทั้งยังสามารถส่งรูปผ่านที่เราถ่ายไปยังอุปกรณ์ iDevice ที่เป็นของเรา เช่นเวลาที่เอาออกไปข้างนอก เราใช้ iPhone ในการถ่ายภาพ แต่ภาพนั้นจะถูกส่งมายัง iPAD และ iPOD ของเราที่เก็บไว้ที่บ้านได้ทันทีครับ ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาในการลงรูป หรือถ่ายโอนข้อมูลจากอีกเครื่องลงอีกเครื่องครับ

Xperia T photo gallery v1.0 (All devices).jpg



     

3.2 Gallery ของ Android


     ในส่วนของ Android นั้น สมาร์ทโฟนหลากหลายรุ่น หลากหลายยี่ห้อ ก็มีรูปแบบ Gallery ที่แตกต่างกันออกไปครับ ซึ่งความแตกต่างกันนั้นก็ยังคงความเป็น Android ไว้ ใน Gallery ของ Android นั้นถ้าไม่พูดถึงในส่วนของ Interface แล้ว ก็คงจะโดดเด่นไปในส่วนของการแชร์ข้อมูลแบบอิสระครับ แชร์ได้ตามต้องการ แชร์ได้ตามจำนวนแอปที่โหลดมา แชร์ได้ตามแอปที่สามารถแชร์ได้ อีกทั้งใน Gallery ยังสามารถที่จะดูตำแหน่งของภาพได้ เราจะรู้ทันที่ว่าภาพนี้ถ่ายมาจากมุมใดในโลก อีกหนึ่งความสามารถของ Gallery บน Android นั่นก็คือการดึงภาพจาก Facebook และ Twitter มาไว้ใน Gallery เลย ทำให้เราสามารถดูภาพเหล่านั้นได้เลยผ่านทาง Gallery ไม่ต้องไปหาดูในยุ่งยากใน APP หรือบน Website เลยครับ แต่ที่ Secret สุดๆเห็นจะเป็นความสามารถพิเศษในการซ่อนภาพหรือวิดิโอ เช่นไฟล์ภาพหรือวิดิโอลับที่ไม่อยากจะให้ใครดู ของบอกเลยว่า Gallery บน Android สามารถที่จะเก็บภาพเหล่านั้นไว้ให้คุณได้ดูเพียงผู้เดียวครับ(555)

Facetime Comes.jpg



     

4.Chat System Video Call และ Email (ของระบบ)


     Android นั้นเป็นของ Google ดังนั้น ผลิตภัณฑ์ของ Google ทั้งหมดจึงถูกยกมาไว้บน Android Phone ตั้งแต่ซื้อมาเลยครับ ไม่ต้องดาวโหลดเพิ่มแต่อย่างใด มาเริ่มกันที่ Email ครับ Android Phone นั้น มี APP เอาไว้ตรวจเช็ค Email ที่มีชื่อตรงตัวกับชื่ออีเมลเลยนั่นก็คือ Gmail ในแอปนี้เรียกว่าเป็นแอปที่สมบูรณ์แบบครับ แสดงผลตรงกับ PC เลย 100% เพราะฉะนั้น ไม่ว่าใครจะแนบรูปแนบไฟล์อะไรมา คุณจะไม่พลาดเลยแม้แต่นิดเดียวครับ ในส่วนของระบบแชตนั้น Android ก็มี GTalk ซึ่งใน GTalk นั้นก็สามารถแชตแบบเห็นหน้าหรือ Video Call ได้เลย ทั้งนี้ก็ต้องเป็นสมาร์ทโฟนที่มีกล้องหน้าด้วยนะครับ ซึ่งผมเองก็แปลกใจนะครับว่าทั้งๆที่คนส่วนใหญ่ใช้ Gmail ในการใช้งานทั้งการดาวโหลดแอป สมัครเข้าใช้งานสมาร์ทโฟนครั้งแรก แต่ทำไม GTalk และ Video Call ของ Google ถึงไม่ได้รับความนิยมในไทย ต่างจากทางฝั่งของ iOS ที่มีระบบแชต Video Call ที่มีชื่อว่า Facetime ที่มีผู้คนนิยมใช้กันอย่างล้นหลาม อีกทั้งยังมีระบบแชตที่มีชื่อว่า iMessage ระบบแชตที่จำกัดใช้เฉพาะ iDevice เท่านั้น(ลักษณะคล้าย BBM)ก็ได้รับความนิยมเช่นกัน และสิ่งที่ APPLE พยายามพลักดันมาตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมานั่นก็คือระบบ Email ตัวใหม่(ที่แทนที่ตัวเก่าอย่าง ME) แต่ก่อนนั้น APPLE มี Email Service ในนามของ @ME แต่ตอนนี้ได้เปลี่ยนเป็น @iCloud แล้ว ซึ่ง Email ในนาม iCloud ก็ได้เปรียบในส่วนของการซิงโครไนข้อมูลของ iDevice ขึ้นเว็บ iCloud.com เพื่อให้ผู้ใช้สามารถดาวโหลดข้อมูลได้ทันทีโดยไม่ต้องเชื่อมต่ออุปกรณ์กับ PC เลยครับ

fromtheappstore_hero.png



   

5.1 APP Store บน iOS

   
     ล่าสุด APP Store มีการเปลี่ยนแปลง Interface ใหม่หมดสำหรับการรองรับ iOS 6 ดังนั้นหน้าตาของ APP Store จึงเปลี่ยนไปทั้งหมด โดยรูปแบบนั้นจะมีลักษณะคล้าย APP Store บน iTune บน MAC แบบย่อส่วน การใช้งานจะคล้ายๆของเดิมตรงที่จะมีการแยกสัดส่วนไว้ที่ด้านล่าง เพียงแต่ว่าเวอร์ชันใหม่นี้จะมีการแนะนำแอปเด่น แอปยอดเยี่ยมมาโชว์ให้เห็น APP Store ตัวใหม่มีการดาวโหลดข้อมูลที่รวดเร็ว และการดาวโหลดแอปลงเครื่องก็รวดเร็วขึ้น เวลาเราโหลดแอปก็จะโชว์ในส่วนของหน้าจอแอปว่าโหลดไปกี่เปอร์เซ็นแล้ว อีกทั้งถ้าออกมาที่หน้าเมนูก็จะมีแถบดาวน์โหลดอยู่ที่ด้านล่างแอปนั้นๆครับ ปัจจุบันถึงแม้ว่า Play Store จะมีแอปเทียบเท่า Play Store แล้ว แต่ APP Store ก็ยังคงได้เปรียบในเรื่องของการได้ใช้แอปหรือการอัพเดตแอปนั้นๆก่อน Android อีกทั้งแอปบน APP Store ยังได้รับความปลอดภัยแล้วว่าไร้มัลแวร์ ซึ่งมั่นใจได้เลยว่า จะไม่มี APP ที่เป็นอันตรายต่อเครื่องแน่นอนครับ

playdelta.jpg

   



     

5.2 Play Store บน Android


    หลังจากที่มีการเปรียบ Interface ใหม่ตั้งแต่สมัย Android 2.3 เป็นต้นมา Google ก็ไม่หยุดพัฒนา Play Store จนปัจจุบันมีรูปแบบที่น่าใช้มากเลยทีเดียว รูปแบบการใช้งานเป็นการปรับไปทางด้านซ้ายและขวา หากปรับไปทางด้านซ้ายก็จะพบกับหมวดหมู่ในการดาวโหลด แต่ถ้าปรับไปทางด้านขวาก็จะเป็นการจัดอันดับในหมวดหมู่ต่างๆครับ Play Store มีจุดเด้นตรงที่มีแอปฟรีเยอะ เกมก็เยอะ แต่ที่น่ากลัวก็คงจะเป็นในเรื่องของแอปแอบแฝงที่อาจจะเป็นอันตรายต่อสมาร์ทโฟนของเรา อีกทั้งบางครั้งแอปหรือเกมที่เราอยากจะเล่นก็เข้า Play Store ช้าเนื่องจากทางผู้ผลิตต้องออกแบบแอปให้เข้ากับทุกขนาดหน้าจอ ทุกความละเอียดหน้าจอ และทุกรูปแบบ CPU เพราะ Android นั้นมีอยู่หลากหลายผลิตภัณฑ์ ทำให้ผู้ผลิตแอปต้องเหนื่อยเป็นหลายเท่าครับ ในการผลิต(555) เวลาดาวโหลดนั้นจะมีข้อมูลการดาวโหลดว่าได้กี่เปอร์เซ็นแล้วที่หน้าแอปนั้นๆ ที่หน้า APP ME และส่วนที่จะแสดงอีกส่วนก็คือบน Notification Bar นั่นเอง อ่อ อีกเรื่องที่น่าสนใจก็คือปัจจุบัน Play Store นั้นเวลามีอัพเดต APP ทาง Play Store จะทำการปล่อยดาวน์โหลดเฉพาะส่วนที่อัพเดตเท่านั้น ไม่ต้องมาโหลดแอปใหม่ให้เปลือง Data อีกต่อไปครับ

Apple-Maps-vs-Google-Maps-Apple-Repair-Search-521x460.jpg

apple-3d-maps-vs-google.jpg



     

6.MAP แผนที่ (ของระบบ)


    เดิมนั้น Google Map เคยเป็นหนึ่งในระบบแผนที่ ที่ผังไปใน iOS เลย แต่พอ APPLE ได้มีแผนที่เป็นของตัวเองในนามของ APPLE Map ทาง APPLE ก็ได้ถอด Google Map ทิ้งไป แต่ใน Android Phone นั้น Google Map ก็ยังคงอยู่เหมือนเดิมครับ ต้องบอกเลยว่าทั้ง 2 ตัวนั้นมีรูปแบบการใช้งาน และฟังชันต่างๆที่คล้ายคลึงกัน ไม่ว่าจะเป็นระบบแผนที่ การแจ้งการจราจร ตำแหน่งที่ต้องการ การนำทาง GPS การนำทางแบบเรียลไทม์ การนำทางแบบ 3D การโชว์แผนที่จากมุมมองโลก และการแสดงแผนที่ภาพเสมือนจริงแบบ 3D ซึ่งทั้ง 2 ตัวนั้นมีจุดเด่นที่แตกต่างกันครับ อย่าง Google Map นั้น ในฐานะที่เป็นเจ้าเก่าแก่จึงมีข้อมูลและรายละเอียดที่เยอะกว่า APPLE Map อย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งการนำทางยังมีความฉลาดที่จะเลือกเส้นทางที่ไกล้ที่สุดให้เลยอัตโนมัติ และการนำทางก็ไม่มั่ว ไม่ผิดเพี้ยน แต่ APPLE Map ก็มีจุดเด่นในการใช้งานที่สามารถดาวโหลดข้อมูลได้รวดเร็วกว่า และมีภาพ 3D ที่สวยงามและมีรายละเอียดเยอะกว่าครับ

google-now-vs-siri.png



   

7.ยุคของ Voice Assistant


     ตอนนี้ไม่ใช่เพียงแค่ iOS ที่มี Siri เลขาส่วนตัวเพียงเจ้าเดียวอีกต่อไป เพราะ Android Phone ที่มีเวอร์ชัน 4.1 ขึ้นไปทุกรุ่นก็จะมี Google Now เลขาส่วนตัวหน้าใหม่เช่นเดียวกัน ปัจจุบันการสั่งงานด้วยเสียงมีบทบาทมากขึ้น โดยเฉพาะกับคนที่ต้องขับรถอยู่แต่ต้องใช้งาน ต้องขอบอกเลยว่าทั้ง 2 ตัวมีอะไรที่เหมือนๆและใช้งานได้ในระดับที่ดีเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นการหาข้อมูล เช็คเวลารอบบิน ตรวจสภาพอากาศ แต่ความแตกต่างมันอยู่ที่ Siri สามารถที่จะเปิดแอปต่างๆใน iPhone ได้เลย ต่างจาก Now ที่ทำได้แค่หาข้อมูลต่างๆ แต่ก็มีจุดเด่นที่ Siri ไม่มีนั่นก็คือการกำหนดเวลาการเดินทางรวมถึงการคาดการว่าเราจะไปที่ไหน ต้องใช้เวลากี่นาที เป็นต้นครับ ท่านผู้อ่านสามารถเข้าไปดูข้อมูลของ Google Now ได้ ที่นี่ ครับ

viPhone5_2.jpg



     

8.ประสบการณ์ด้าน Hardware


     ปัจจุบันนี้พูดได้เต็มปากเลยว่าสมาร์ทโฟนของ Android นั้นมีสเปกที่สูงที่สุดครับ นำหน้า iPhone นำหน้า BB นำหน้า Windows Phone ไปหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการใช้หน้าจอที่มีขนาดใหญ่ขึ้น(ไม่พูดถึงแท็ปเล็ตนะครับ) ความละเอียดจอสูงขึ้นไปในระดับ Full HD หันมาใช้ CPU ระดับ Quad Core และในอนาคตอันไกล้ก็จะไปใช้ 8 คอร์ อีกทั้งยังใช้กล้องความละเอียดสูง การข้ามขั้นเปลี่ยนจากการใช้ Megapixel ไปเป็น Ultrapixel แล้ว แรมก็สูงถึง 2 กิก และเรื่องดีไซร์ก็ไม่ต้องพูดถึง มีทั้งแบบเรียบหรู โค้งมน บางเบา ต่างจากฝั่ง iOS หรือ iPhone ที่ยังคงใช้สเปกแบบมาตรฐาน(สมัยเก่า)อยู่ ทั้งหน้าจอขนาด 4 นิ้ว (1136 x 640) กล้อง 8 ล้าน CPU แบบ Dual Core เทคโนโลยีใหม่ๆก็ไม่อัดมาให้อย่าง NFC HDMI หรือแม้แต่พวก Wireless Charging เรียกได้ว่ายังคงตาม Android อยู่ครับ

galaxy-s3-vs-iphone-5-640x464.jpeg



     

9.ความแตกต่างที่สัมผัสได้


     จากข้อ 8 จริงอยู่ครับที่สเปกของ Android นั้นสูงจน iDevice สูงไม่ได้เลย แต่หากมองเข้าไปลึกๆ เราอาจจะเคยได้ยินนะครับว่า iOS นั้นปัจจุบันก็ยังได้รับความนิยม และได้รับการยอมรับจากแหล่งต่างๆว่ามันยังคงลื่นไหลและมีบัคอยู่น้อยกว่า มันเป็นข้อพิสูจน์ได้เลยหรือไม่ว่า ถึงแม้ว่า iPhone รุ่นใหม่ๆที่ออกมาจะมีสเปกที่น้อยกว่า Android Phone รุ่นท็อปในปัจจุบัน แต่ก็มีความลื่นไหล และรันแอปที่ใช้กราฟฟิกสูงๆได้พอๆกัน เท่ากับว่า Android Phone นั้นกว่าจะได้ความลื่นไหลมาต้องแรกกับ hardware ที่สูงๆจริงหรือไม่? นั่นยังเป็นคำถามครับ หลายๆเว็ปไม่ได้นำสมาร์ทโฟนรุ่นท็อปๆที่มีสเปกเกิน iPhone 5 มาเปรียบเทียบ แต่ทั้งนี้ก็ได้นำสมาร์ทโฟน Android ที่มีสเปกไกล้เคียง iPhone 5 มากที่สุดมาเปรียบเทียบ กับกลายเป็นว่า iPhone 5 เป็นสมาร์ทโฟนที่เหนือกว่า แต่พอนำ iPhone 5 มาเปรียบเทียบกับรุ่นท็อปๆของ Android ก็กลายเป็นว่า Android ชนะ ทำไมไม่คิดว่าเป็นการดวลมวยคนละรุ่นกันละครับ? แต่การชนะในที่นี้เราก็ต้องมาดูครับ ว่าสเปกสูงกว่า มีเทคโนโลยีอะไรยัดมามากกว่าก็เลยชนะ หรือว่าชนะด้าน Software ชนะด้วยระบบภายในครับ ^^

banner-android-4-2-1-vs-ios-6-1.jpg



     

10.คนไทยมัก Sensitive กับการ Update อะไรใหม่ๆ?


     ต้องยอมรับครับว่า Android นั้นเติมโตเร็วมาก เพราะฉะนั้นการมาของ 5.0 หรือเวอร์ชันที่สูงกว่านี้จึงกลายเป็นอะไรที่รวดเร็ว อีกไม่นานก็คงจะนำหน้า iOS ไป ซึ่งกว่าจะมาเป็น iOS 6 นั้น เรียกได้ว่าใช้เวลานานมากๆ ตั้งแต่สมัย Pocket PC กำลังได้รับความนิยมในบ้านเรา ดังนั้นหากบอกว่า Android Phone มีการอัพเดตที่รวดเร็วนั่นจะบอกว่าถูกต้องทั้งหมดก็ไม่ใช่นะครับ เพราะถ้าไม่ใช่สมาร์ทโฟน Android ตระกูล Nexus แล้วละก็ กว่าจะได้อัพเดต ก็ใช้เวลานานเอาเรื่องอยู่นะครับ(กรณีรอมศูนย์ แต่ถ้าไม่ห่วงเรื่องภาษาก็อีกเรื่องนึง) อีกทั้งการอัพเดตแต่ละรุ่นก็แตกต่างกัน บางรุ่นอัพเดตง่ายผ่านโปรแกรมบน PC หรือการอัพเดตผ่านระบบ OTA แต่บางรุ่นอัพเดตยากก็ต้องเข้าศูนย์เพื่อทำการอัพเดต แต่ถ้าเป็น iOS ออกมาปุบ สามารถอัพเกรดได้พร้อมกันทั่วโลกเลย เพราะ iOS ได้ฝั่งภาษาทั่วโลกลงไปใน iOS แล้ว จึงไม่ต้องกังวลเลย iOS นั้นมีการปล่อยอัพเดตแก้บัคอยู่เสมอๆ แต่สำหรับ Android นั้นต้องรอให้ทางศูนย์ประเทศนั้นๆปล่อยให้ นี่อาจจะเป็นจุดอ่อนสำคัญก็เป็นได้ครับ

Android-vs-iOS.png



    การแข่งขันกันในตลาดสมาร์ทโฟนนั้นไม่ได้มีแค่ Android และ iOS ครับ ยังคงมีทั้ง Windows phone มีทั้ง BB และอีกมากมาย อยู่ที่ว่าคนจะมีวิธีการเลือกซื้อสมาร์ทโฟนเหล่านั้นยังไงให้ตอบโจทย์คุณมากที่สุด หลายๆท่านอาจจะชื่นชอบความเป็นอิสระในการใช้งานในสมาร์ทโฟน Android หลายๆท่านอาจจะชอบความเรียบหรู และการใช้งานที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะอย่าง iOS มันก็ขึ้นอยู่ที่คุณละครับ ไม่มีใครมาตัดสินได้ว่าอะไรดีกว่าอะไร มีแต่คุณเท่านั้นละครับที่จะตัดสินว่าชอบอะไรมากกว่ากัน "จงอย่าไปฟังคำแนะนำหรือคำพูดใครๆ จนกว่าคุณจะได้ลองสัมผัสมัน" แล้วคำตอบจะชัดเจนทันทีครับ สำหรับวันนี้ต้องขอลาไปก่อน สวัสดีครับ
Www.Facebook.Com/DSZee เพจสอบถามปัญหาสมาร์ทโฟน

Rank: 2

Money
18
โพสต์
28
บล็อก
0
ทักทาย
0
UID
6856
โพสต์เมื่อ 2013-3-5 16:40:10 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
ชอบตัวไหนใช้ตัวนั้นครับ ไม่มีอะไรดีที่สุด ไม่มีอะไรแย่ไปกว่ากัน เลือกที่เหมาะสมกับตัวเองดีที่สุดครับ

Rank: 6Rank: 6

Money
1159
โพสต์
1119
บล็อก
1
ทักทาย
0
UID
783
โพสต์เมื่อ 2013-3-5 17:59:16 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
Sync Photo จริงๆแอนดรอยก็มีของ Picasa อยู่นะครับ แต่มันยุ่งยากกว่า iClound ของฝั่ง Apple

ส่วน Google Now ผมว่ามันสั่งเปิดแอปได้นี่ครับ
แต่ที่เหนือกว่าของ Apple รู้สึกว่าจะสั่งตั้งนาฬิกาได้ สั่งให้จดนัดหมายได้

น่าจะพูดถึง stock แกลอรี่ใหม่ของแอนดรอย 4.2 ที่มีระบบแต่งภาพได้ในตัวด้วยนะครับ
แล้วส่วนแต่งภาพนั้นก็ออกจะดีมากด้วยซ้ำ

ข้อ9 นี่เคยมีคนพูดถึงนานแล้ว เรื่องระบบ iOS มีการจัดสรรทรัพยากรที่ดีกว่าในหลายๆด้าน
ทั้ง cpu gpu ram และ batt  แต่มันก็เป็นเพราะความหลากหลายเกินไปของแอนดรอย
ทำให้เวลาเขียนแอปต้องเขียนเผื่อหลาย ๆ สเปค ทำให้ดึงความสามารถออกมาไม่สุด
แถม base แรกสุดของแอนดรอยคือ จะทำระบบคล้ายๆกับพวก blackberry
ไม่ได้ทำมาเพื่อ touch ตั้งแต่แรก เลยต้องใช้สเปคที่สูง เพื่อลดอาการ lag แทน
Twitter : @kungx

Rank: 1

Money
13
โพสต์
2
บล็อก
0
ทักทาย
0
UID
31553
โพสต์เมื่อ 2013-3-5 18:50:19 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
Voice Search ของ Android ผมว่าเหนือกว่า IOS อยู่นะครับ จับคำพูดได้รวดเร็ว จับสำเนียงได้ดีกว่า IOS เยอะเลยครับ พูดอังกฤษสำเนียงไทยๆมันก็เข้าใจ ถือว่าผมให้ข้อ 7 Android ชนะเลยครับ

Rank: 3Rank: 3

Money
16
โพสต์
114
บล็อก
0
ทักทาย
0
UID
39823
โพสต์เมื่อ 2013-3-5 19:12:43 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
Google now  ฉลาดว่า  Siri  มากครับ

Rank: 2

Money
88
โพสต์
84
บล็อก
0
ทักทาย
0
UID
41216
โพสต์เมื่อ 2013-3-5 19:47:21 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
อ่านเพลินดีจริง  ชอบบทสรุปมากครับ  OS ทุกตัว แตกต่างกันโดยสินเชิง ขึ้นอยู่กับใครชะชอบอันไหน

Rank: 6Rank: 6

Money
1652
โพสต์
1627
บล็อก
0
ทักทาย
0
UID
16677
โพสต์เมื่อ 2013-3-5 19:47:36 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
ต้องลองเล่นกันดูแล้วก็จะรู้ครับ บอกกันไปบอกันมามันไม่จบ

Rank: 2

Money
42
โพสต์
47
บล็อก
0
ทักทาย
0
UID
27487
โพสต์เมื่อ 2013-3-5 19:53:53 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
ผมใช้มาหมดละ S2 S3 oneX ยอมรับตอนแรกผมชอบมันมาก แต่กลับโดนดัดหลังตรงแอปมันไม่ลื่นเงิบเลย 555 เลยลองใช้ไอฟง5ดู ก็ดีครับแอปลื่นกว่ากันเยอะเลยทีเดียว  เสริมหน่อยนะครับ คือฟงนี้ Voice Control ไม่จ้องต่อเน็ตนะครับ ก็ดีนิสนึง 55 แต่ก็แล้วแต่คนชอบละครับ เพราะผมใช้ให้มันอำนวยฟามสดวกเนอะ ^^

Rank: 6Rank: 6

Money
1577
โพสต์
1912
บล็อก
0
ทักทาย
0
UID
543
โพสต์เมื่อ 2013-3-5 21:58:37 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
ผม ให้ android ชนะครับ
ส่วนมากที่พูดมา android เจ๋งและดีกว่าเยอะ

Rank: 6Rank: 6

Money
6128
โพสต์
6264
บล็อก
0
ทักทาย
9
UID
8196
โพสต์เมื่อ 2013-3-5 22:56:20 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
android มันมีจุดเด่นตรงที่เป็นระบบเปิดสามารถปรับแต่งได้สารพัด แตกต่างจาก iOS ที่ปรับอะไรแทบไม่ได้เลย เรื่องความลื่นไหลคงให้ iOS ไปเพราะอย่างที่กล่าวมาข้างต้นที่ไม่สามารถปรับแต่งอะไรได้ดังใจมันจึงคงไว้ซึ่งความเสถียร android จึงจำเป็นต้องใช้ specs เครื่องที่ค่อนข้างโหดเพราะมันปรับแต่งอะไรได้เยอะเพื่อนตอบสนองความซนของผู้ใช้ สุดท้ายจะใช้ android หรือ iOS มันก็ดีทั้งคู่นะครับ ส่วนที่เสียก็คือผู้ใช้นั่นเองแหล่ะครับที่แสงดนิสัยออกมา
http://i1050.photobucket.com/albums/s416/Sakon_Yumak/Picture4.jpg

Rank: 6Rank: 6

Money
1927
โพสต์
4122
บล็อก
0
ทักทาย
0
UID
27902
โพสต์เมื่อ 2013-3-6 05:31:32 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
แอนดรอยอีกคนครับ  ที่ทำงานผมคนที่ใช้ผลไม้ยังให้ผมสอนการใช้ผลไม้อยู่เลยครับเค้าซื้อตามกระแสผมแนะนำแล้วให้เอาแอนดรอยไม่เชื่อ

Rank: 5Rank: 5

Money
1078
โพสต์
963
บล็อก
0
ทักทาย
2
UID
38075
โพสต์เมื่อ 2013-3-6 06:36:17 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
สรุปผมมีตัง ผมใช้แม้ง ทั้ง 2 OS และ ^_^ ฮ่าๆ ปล.ตอนนี้ไม่มีตัง
มีประโยชน์มากคับ ^ ^ ขอบคุณสำหรับความรู้
NuengLifeStyle  

Rank: 3Rank: 3

Money
160
โพสต์
140
บล็อก
0
ทักทาย
0
UID
45346
โพสต์เมื่อ 2013-3-6 16:06:19 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
สู้กันได้มันมากๆดีกันไปคนล่ะอย่างนะครับ ดีๆๆคนใช่งานอย่างเราๆท่านๆมีอะไรให้เล่นให้ทดลองกันไปสนุกดีแต่เสียดายเงินเหมือนกันนะมันอดใจไม่ได้นะทำไงได้ของใหม่ก็ลืมของเก่าเลย

Rank: 2

Money
81
โพสต์
74
บล็อก
0
ทักทาย
0
UID
51785
โพสต์เมื่อ 2013-3-7 10:00:14 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
ชอบอะไรก็ใช้เถ่อะ

Rank: 6Rank: 6

Money
962
โพสต์
1142
บล็อก
0
ทักทาย
0
UID
14571
โพสต์เมื่อ 2013-3-23 10:48:21 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
งานนี้ก็คงต้องอยู่ที่ผู้ใช้แล้วหล่ะ เพราะ OS แต่ละตัวก็มีข้อดีและข้อเสียที่ต่างกันไป
และอีกอย่างเดี๋ยวนี้ก็มี OS เกิดขึ้นมาใหม่ตั้งหลายตัว

Rank: 1

Money
19
โพสต์
9
บล็อก
0
ทักทาย
0
UID
53501
โพสต์เมื่อ 2013-4-4 11:45:50 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
ปัจจุบันผมใช้ android คับสเปกก็เยอะและเหมือนจะดีกว่า ios แต่ผมเคยลองจับ iphone ของเพื่อนรู้สึกเหมือนมันจะลื่นกว่า android ครับ
แต่อย่างที่ว่ากันแหละครับทั้งสอง os มีทั้งข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป แต่ยังไงใจก็รัก ANDROID คร้าบ

Rank: 5Rank: 5

Money
764
โพสต์
614
บล็อก
2
ทักทาย
6
UID
50529
โพสต์เมื่อ 2013-4-15 23:03:50 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
มันอยู่ที่คุณค่า และ ความชอบส่วนตัว ว่าคุณเลือกใช้สมาร์ทโฟนที่เหมาะกับตัวเองดีที่สุดครับ ไม่มีอันไนด้อยไปกว่ากัน ขอแค่คุณชอบมันก็พอใจแล้ว
Google | Samsung  GALAXY Nexus
Started at Icecream Sandwich 4.0, and now KITKAT 4.4.2 CM


Nokia | Nokia Lumia 620
Started at Windows Phone 8 , and now Windows Phone 8 Amber


Apple | iPhone 5S
Started at iOS 7 , and now iOS 7.0.5 With iPhone 5S Champagne Gold


Apple | The new iPad with retina 4 Cellular+Wifi 64GB
Started at iOS 6 , iOS 7 , and now iOS 7.0.4


Laptop | Dell Inspiron N4050
Started at Windows 7 Home Premium, Windows 8 Pro , and now Windows 8.1 Pro



Official All

คุณต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถตอบกลับ เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก

สำหรับมือถือ|ThaiAndroidPhone.com

GMT+7, 2014-8-20 21:35 , Processed in 0.079157 second(s), 9 queries , Memcache On.

Powered by Discuz! X2

© 2001-2011 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน