- สมัครสมาชิกเมื่อ
- 2010-4-2
- เข้าสู่ระบบล่าสุด
- 2013-5-22
- สิทธิ์ในการอ่าน
- 200
- เครดิต
- 6024
- โพสต์
- 6024
- สำคัญ
- 0
- UID
- 3
  
- 112
- Money
- 18865
- โพสต์
- 6024
- บล็อก
- 245
- ทักทาย
- 79
- UID
- 3
|
กลับมาแล้วสำหรับการไปจับ Galaxy S 3 ครั้งแรกที่ประเทศเกาหลี หลังจากได้ฟังอะไรหลายๆอย่างดูเหมือน Galaxy S 3 นั้นมีความตั้งใจที่มากขึ้น ใส่ใจรายละเอียดมากขึ้น และสิ่งที่ผมชอบที่สุดก้คือทีมงานเกาหลีที่เค้ามาอธิบายเราเค้าไม่ได้พูดถึง Spec เลยสักคำเดียว
Galaxy S 3 มาพร้อมกล่องสีขาวสำหรับรุ่นที่เป็นสีขาวและกล่องสีน้ำเงินสำหรับรุ่นที่เป็นสีน้ำเงินนะครับ ด้านหน้าเราจะเห็นโลโก้ซัมซุง
ด้านหลังก้เช่นเคยครับ บอกรายละเอียดของข้อมูลตัวเครื่องต่างๆ
สำหรับรุ่นที่จะวางจำหน่ายในบ้านเราน่าจะเป็นรุ่น 16GB เท่านั้นครับ
ด้านล่างจะบอกสีของรุ่นนี้ ซึ่งก้คือ Ceramic White นั่นเอง
หลังจากแกะฝากล่องออกมาเราก้จะเจอกับ Samsung Galaxy S 3 วางอยู่ในกล่อง และกล้ายืนยันว่าตัวจริงสวยมากๆ
อุปกรณ์ที่เราจะได้ก้คือ หูฟัง คู่มือ แบตเตอรี่ Li-Ion 2100 mAh รวมถึงสาย USB และที่ที่ชาร์ต
ตัวเครื่องจริงๆของ Galaxy S 3 มีความโค้งมนเล็กๆไม่ได้เป็นสี่เหลี่ยมแข็งทื่อแบบรุ่นก่อนๆ การออกแบบมาแบบนี้ทำให้จับแล้ว
กระชับมือ ตัวเครื่องที่บาง เบาทำให้ได้ความรู้สึกที่ดีมากๆในการใช้งาน หน้าจอของรุ่นนี้อยู่ที่ 4.8 นิ้ว (720 x 1280 pixels, ) ใช้กระจก
กันรอยแบบ Corning Gorilla Glass 2 หน้าจอที่เป็นแบบ Super AMOLED ทำให้สวยงามสุดๆเหมือนเดิม
จะเห็นได้ว่ามีภาษาไทยเรียบร้อยครับ และขอแอบบอกว่าเดือนหน้าเจอกันแน่นอนส่วนวันไหนราคาเท่าใหร่รออัพเดตกันอีกครั้งนึง ลอง
ไปสัมผัสตัวจริงกัน
ด้านบนของตัวเครื่องจะมีกล้องหน้าและเซ็นเซ่อรตัวจับต่างๆ สำหรับกล้องหน้าของ Galaxy S 3 มีความละเอียดอยู่ที่ 1.9 MP, 720p@30fps
เพื่อนๆลองสังเกตุดูนะครับ กระจกหน้าจะโค้งลงเก็บเข้ากับขอบทั้งหมดสวยงามดีครับ
ด้านล่างของ Galaxy S 3 ยังคงมีปุ่ม Home และส่วนตัวแล้วผมชอบแบบมีมากกว่ามันถนัดและใช้งานในรูปแบบโทรศัพท์ได้ดีกว่า ถึงแม้จะ
เป็นสีขาวแต่ก้อยู่ภายใต้กระจกดังนั้นไม่ต้องกลัวว่ามันจะเหลือง ส่วนขอบด้านข้างของตัวเครื่องก้จะเป็นสีเงิน
Galaxy S 3 เป็นแอนดรอยตัวแรกของซัมซุงที่ถูกออกแบบโดยที่ม ดีไซเนอร์ ก่อนแล้วถึงจะส่งมาให้ทีมวิศวะกรทำงาน เค้าใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆเพิ่มมากขึ้น
ด้านซ้ายมือของตัวเครื่องจะมีเพียงแค่ปุ่มเพิ่มและลดเสียงเท่านั้น
ด้านขวาของตัวเครื่องจะเป็นตำแหน่งของปุ่ม Power
ด้านล่างจะเป็นช่องต่อสาย USB
ส่วนสุดท้ายด้านบนของตัวเครื่องจะเป็นตำแหน่งเสียบแจ้คของหูฟัง และการแกะฝาหลังก้จะงัดจากด้านบนเช่นกัน
ก่อนหน้านี้ใครที่เห็นด้านหลังของรุ่นนี้อาจจะไม่ชอบ แต่ตัวจริงสวยนะครับ ด้วยความที่มันโค้งมนทำให้ตัวเครื่องดูแล้วสวยงาม และยิ่ง
ถ้าเป็นรุ่นสีน้ำเงินก้จะเห็นลวดลายที่สวยแปลกตาไปอีกแบบ
จากซ้ายไปขวาก้คือ แฟลช กล้องหลังและลำโพงหลังนั่นเอง สำหรับกล้องหลังของ galaxy S 3 มาพร้อมความละเอียด 8 MP, 3264x2448 pixels มี autofocus และ LED flash และยังมีลูกเล่นอีกหลายส่วนที่เข้ามาช่วยให้การใช้งานกล้องน่าสนใจมากๆ
ผมทดลองถ่ายฝาหลังของ Galaxy Note เทียบกับ Galaxy S 3 ให้ชมกัน จะเห็นได้ว่าของเอสสามมีความโค้งมนมากกว่า ฝาหลังเป็น
พลาสติกแบบเดียวกับ Galaxy note แต่ใช้สารเคลือบที่ดีกว่า คงทนกว่า
ฝาหลังที่เหนียวและทนดังนั้นเราไม่ต้องกลัวว่าจะบอบบางหรือหัก ส่วนการแกะช่องจะอยู่ด้านบนสุดนะครับ
ด้านในเราจะมองเห็นช่องใส่แบตเตอรี่ ส่วนของ Micro SD Card ที่รองรับได้สูงสุด 64 GB และช่องใส่ซิมแบบ MicroSIM
แบตของ Galaxy S 3 ให้มาขนาด Li-Ion 2100 mAh คงจะถูกใจคอแบตเยอะๆแน่นอน
เราสามารถใส่ microSD ได้สูงสุด 64 GB นะครับและใช้ซิมแบบ MicroSIM เท่านั้น
Galaxy S 3 จะวางจำหน่ายด้วยกัน 2 สีก้คือสีขาวและน้ำเงิน ซึ่งสีน้ำเงินจะมีความพิเศษตรงฝาหลังจะดูเป็นลวดลายเล้กๆด้วย
เพื่อนๆรู้มั้ยว่าสีนำเงินมีที่มาจากไหน สีน้ำเงินของ Galaxy S 3 นั้นมาจากหิน Lapis lazuli ที่ใช้ในราชวงค์ชั้นสูงของอียิปต์โบราณ
สำหรับผมเองมองได้ว่าสวยทั้งสองแบบครับ คงจะแล้วแต่ชอบว่าอยากได้สีไหนมากกว่ากัน ขาวใช้งานได้หญิงและชาย ส่วนสีน้ำเงิน
ดูแล้วเข้มขึ้นมานิดนึง
ด้านหลังจากในภาพจะมองเห็นได้เลยว่าจะมีลวดลายเล็กๆ ทำให้เครื่องดูแล้วสวยงามไปอีกแบบนึง
มองในภาพจากตัวเครื่องที่เป็นสีน้ำเงิน ทำให้เห็นมุมและเรือนร่างของ Galaxy S 3 ได้ชัดขึ้น แต่ตัวจริงสวยงามมากครับ
สุดท้ายนี้ก้คงแล้วแต่ชอบนะครับว่าอยากได้สีน้ำเงินหรือสีขาวมากกว่ากัน เดี่ยวจบแกะกล่องไปก่อน เดียวจะมาอัพเดตให้ได้อ่านกัน
ว่า Galaxy S 3 มันมีอะไรใหม่ๆบ้างที่น่าสนใจ |
|